[Pre-Private]K-ON! &[BT]fic : I'm here

posted on 16 Apr 2009 01:53 by shucr3am
 

สวัสดีทุกท่านค่ะ
หลังจากที่ดองมานานแสนนานมากมายยยยย เพราะคอมเน่า T____T"
ตอนนี้คอมเราซ่อมเรียบร้อยแล้ว
ขออนุญาติอัพแบบคอมโบ x2 เลยนะจ๊ะ

 

----------------------------------------------------------------------------------

Part 1: [Pre-Private] K-ON!

เมื่อไม่นานมานี้...
พี่อร พี่นัตตี้ได้เชิญชวน(!)ให้มาร่วมคอสโปรเจกต์น่ารักๆ "K-ON!"
ซึ่งเป็นอนิเมลายเส้นสวยๆ (คนเขียนคนเดียวกะ Kannagi ที่ชื่นชอบ)
เห็นแล้วปริ๊ง!!มาก เลยตอบตกลงแบบไม่ค่อยคิด

เนื่องด้วยตอนนี้ไม่ต้องทำอะไรมากเพราะว่า ADmission ผ่านพ้นไปจากชีวิต
ก็อยู่บ้าน รับงานนิดๆหน่อยๆ และเที่ยวซะส่วนใหญ่
เราก็อยากกลับมาคอสจริงๆจังๆมากมาย

คอส เซ็ต ED อันนี้กัน

ทำชุดหนุกหนานมากกกก แหะๆ
ชอบต่างหูตัวเอง ที่คาดผมเจ้นัน รองเท้าเจ้นัต กะถุงน่องเจ้อร (เราคือแก๊งสะเดิด!~ เหอ)
ขอบคุณที่สุดที่ชวนมาคอสด้วยกันนะคะ ><

 

CAST

Onnies as MIO - BASS

Aouichan as YUI - GUITAR

Nunnies as RITSU - DRUMS

Shucream as TSUMUGI - KEYBOARD

เค้าเป็นสึมูกะ~
ประทับใจวิกทอง+++++ เหอๆ

 

ติดตามแบเยอะๆได้ที่มัลตี้ตากล้องผู้เป็นไอด้อลของพวกเรา!
จิ๊บบี้นั่นเอง อ่ะอ่ะ
ยกลิ้งมาแปะ*
http://jackhanger.multiply.com/photos/album/299/

 

เจอกันเมื่อชาติต้องการ~
ปล. คราวหน้าถ้าต้องใช้กีตาร์อีกจะเปลี่ยนเป็นสีแดงให้นะคะ >w<

 

 

----------------------------------------------------------------------------------

Part 2: [BT] fiction : I'm here

หลังจากที่ไปมีตครั้งแรกพบหน้าทุกคนแล้ว... เราก็สัญญาไว้ว่าเราจะอัพฟิคเปิดตัว
ชูมาอัพแล้วน้า แอบขอโทษที่ช้ามากมากมากมากมาก

เหอๆ ดีรึไม่ดีอย่างไร โปรดวิจารณ์
(เราติดสำนวนตอนแต่งหนังสือมากเลย มันอาจจะเว่อเว่อนะจ๊ะ)

 

>>>>>>>>>
>>>>>>
>>>>

- ตึก ตึก ตึก... กึก -

     เท้าสองข้างที่ถูกสวมด้วยรองเท้าที่เหมือนผ้าใบซีดๆธรรมดาแต่จริงๆคือหนังกับสีเขียวตุ่นๆ ถูกเจ้าของพาเดินมาหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของลานหินรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ดวงตาสีเทาอ่อนของชายหนุ่มมองฐานน้ำพุที่ตอนนี้มีเพียงน้ำนิ่งๆ และผิวน้ไท่ระริกไหลเบาๆไปตามลมโชยอ่อนๆ ก่อนจะเบือนขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบน

     "ยังคงสงบและสวยงามเสมอ เวลาเช้ามืดของบลอดเวน..." เขาพึมพำก่อนจะออกเดินอีกครั้ง พลางกวักมือเรียกเจ้าแมวขนสีเทาปุยๆตัวน้อยให้เดินตามมา ชายหนุ่มเหนี่ยวสายกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเบี้ยวๆสีดำใบใหญ่ที่แขวนทับอยู่บนสายข้างนึงของเป้หลังให้กระชับกว่าเดิม ยามนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบๆได้ด้วยแสงนวลๆจากดวงจันทร์ที่กำลังลาลับขอบฟ้าไปช้าๆ และแสงอ่อนๆจากไฟข้างทางที่ราวกับเป็นลายเซ็นต์ของสถาปนิกซึ่งจงใจให้ไม่สว่างมากนัก เพื่อรักษาบรรยากาศอันแสนอบอุ่นในทุกๆเวลาของสถานที่รอบๆนี้ไว้...

     เท้าคู่เดิมพาร่างเจ้าของเดินข้ามทุ่งดอกไม้ที่ปลูกไว้เป็นแนวยาวตามขอบลานจตุรัส มุมปากพลันกระตุกอมยิ้มเล็กๆเมื่อมองเห็นอาคารที่อยู่ตรงหน้า... ร้านดอกไม้ที่ยังไม่เปิดทำการก็สร้างความสบายใจให้ได้เพียงแค่มองด้วยสายตาเท่านั้น บ้านของเพื่อนสมัยเด็กที่แสนน่ารักและสดชื่นเหมือนดอกไม้ที่เธอขาย

     ชายหนุ่มก้าวผ่านด้านข้างของร้านดอกไม้ แล้วเลี้ยวซ้าย มองดูหน้าร้านที่มีแนวโน้มสูงว่าเขาจะได้ก้าวเข้าไปแน่ๆในวันนี้ ร้านกาแฟยังไม่ได้เปิดแต่ก็ยังคงจดจำรอยยิ้มของมาสเตอร์และทุกๆคนได้ดี ผ่านประตูร้านเอิร์ลเกรย์มาขาทั้งสองชะลอความเร้วการเดินลง มือหนาสมัผัสลงบนกำแพงปูนหยาบๆสีชาด่างๆ รอยยิ้มที่มุมปากก็เปลี่ยนกลายเป็นยิ้มกว้างที่หาดุได้ยาก เท้าทั้งคู่หยุดกึกพลันนัยน์ตาเงยขึ้นมาป้ายเหนือประตู

     + DOSen dos +

     ประตูไม้สีขาวบานใหญ่ของตัวอาคารปิดสนิท มีแม่กุญแจทองเหลืองที่เริ่มจะเก่าแล้วลงกลอนไว้ดูเรียบร้อย แต่เขากลับรู้สึกได้ว่ามันกำลังเรียกร้องให้รีบๆเปิดมันออกอีกครั้งเสียที... กระเป๋าใบสีดำเบี้ยวๆข้างตัวถูกเปิดออก เผยให้เห็นกล้องแบบแมนน่วลดิจิตอลตัวใหญ่พอสมควร กับเลนส์แยกอีกหนึ่งตัว มือที่เปิดไม่ได้สนใจพวกมันแต่ลังลงไปในช่องกระเป๋าเล็กๆหยิบกุญแจทองเหลืองหน้าตาแลปกๆออกมาแล้วไขแม่กุญแจออกก่อนที่จะเปิดประตู

     ลมเย็นพัดวูบเข้ากระทบกรอบเว่นสีดำแกมน้ำเงินทันที่ที่ดึงประตูกระจกด้านในเปิดออก กลิ่นกองกระดาษและปกหนังสือนับร้อยๆที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นเรียบๆอย่างไม่ค่อยเป็นระเบียบนักโชยเข้าจมูก... ใช่แล้ว นี่แหละกลิ่นที่คุ้นเคย กล่อนของพ่อ กลิ่นของบ้านอันเป็นที่รัก...

     "กลับมาแล้วครับ..." กระซิบเบาๆก่อนที่จะพาร่างตัวเองเดินผ่านเข้าไปโดยไม่ลึงดึงประตูปิดตามหลังเจ้าแมวน้อยที่ย่องตามเข้ามา เขาส่ายหัวให้ความทรงจำตลกๆของตัวเองที่แว่บขึ้นในสมอง ก่อนจะก้าวอย่างคนคุ้นที่คุ้นทางขึ้นบันไดไปถึงชั้นสอง มือซ้ายคลำผนังด้านข้างหาสวิตช์ไฟก่อนที่จะกดเปิดเพียงครั้งเดียว โคมไฟตั้งพื้นทุกๆอันสว่างพรึ่บขึ้นพร้อมกัน แสงไปสีอมส้มไม่ว่างมากทำให้ทุกอย่างดูอุ่นและนุ่มนวล ชายหนุ่มเดินผ่านโต๊กินข้าวขนาดสี่คนและเครื่องครัวที่จัดเข้ามุมตามปกติชาวบ้าน ตุดป่านพื้นๆที่ว่างๆตรงกลางที่มีเพียงเก้าอี้นวมดูนุ่มนิ่มสีครีมตั้งอยู่เพียงตัวเดียว โต๊ะไม้อีกหลายตัวที่ผนังเต็มไปด้วยกองหนังสือ และแผงวงจร เศษวัสดุต่างๆมากมายที่ใช้สมัยเรียน จนมาถึงอีกมุมของทั้งชั้นสองที่แสงส่องมาไม่ค่อยถึง โต๊ะยาวตัวนึงตั้งอยู่ตรงนั้น มีกองกระดาษ หมึก ถาดเงินและอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายวางไว้อย่างรกๆแต่ไม่เกะกะ

- ฟุ่บ -

     กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าใบเดิมถูกวางลงอย่างเบามือตรงที่ว่างซักที่ของโต๊ะยาว ก่อนที่ขาจะเริ่มก้าวอีกครั้งเพื่อนเดินขึ้นบันไดเตี้ยๆไปสู่บริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นชั้นลอยของบ้าน เป็หลังใบใหญ่ถูกผละออกจากบ่าลงบนพื้นข้างเตียงกว้างสี่ฟุต หน้าต่างเพียงบานเดียวแถวนั้นถูกเปิดออกก่อนที่ดวงตาสีเทาอ่อนหลังกรอบแว่นจะมองผ่านออกไปเห็นขอบดวงอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่พ้นหลังคาตึกอีกตึกนึง เขาเอนตัวลงนอนบนเตียงพร้อมๆกับที่เจ้าแมวสีเทากระโดดขึ้นมานั่งเลียขาอยู่ข้างๆ

     "ได้กลับมาซะที.... ในที่สุดก็มาอยู่ที่นี่แล้ว เนอะฟูเรีย" มือลูบหัวเจ้าแมวน้อยเบาๆ ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงไปได้เพียงครู่เดียว สมองก็เริ่มสั่งการว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ พลันเจ้าตัวก็ลุกขึ้นก่อนจะก้าวไปเปิดหน้าต่างทุกบานบนชั้นสอง ปิดไฟแล้วเดินลงไปชั้นล่าง

     แสงสว่างเป็นลำส่องเข้ามาทางกระจกด้านซ้ายมือ บ่งบอกว่าเป็นเวลาเช้าตรู่ของวันนี้ เริ่มได้ยินเสียงเหมือนแม่ไก่ขันอยู่ไกลลิบๆ ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า... แขขสรีบเร่งทำงานอย่างรวดเร็ว จัดโน่นวางนี่ ปัดกวาดเช็ดถูโดยมีเจ้าแมวเทาเดินตาแป๋วมองตามเจ้านายเรื่อยๆ ทุกอย่างเรียบร้อยกว่าเดิมนิดหน่อย(ในแบบที่เจ้าตัวเห็นว่าพอแล้ว)ในเวลาไม่นาน ชายหนุ่มจึงวิ่งขึ้นไปด้านบนอีกครั้งก่อนจะกลับลงมาพร้อมกับสมุดปกหนังสีน้ำตาลเล่มหนาที่มัดไว้ด้วยเชือกมีดินสอเหน็บอยู่หนึ่งด้าม เงินอีกนิดหน่อยกับกล่องทรงสี่เหลี่ยมใบเล็กๆเรียบๆอีกหนึ่งใบ

     เขาเช็คดูว่าแคชเชียร์ปิดเรียบร้อย เจ้าแมวน้อยกำลังปีนขึ้นไปนอนบนโต๊ะตามปกติ และทุกสิ่งทุกอย่างเคลียร์ก่อนจะก้าวเดินออกมามองป้ายอีกครั้ง ตัวหนังสือที่ถูกสลักเบาๆไว้บนป้ายราวกับไม่ตั้งใจให้ชัดอ่านได้ว่า "BOOK STORE" เริ่มมองเห็นได้ด้วยแสงที่เริ่มสว่างมากขึ้น เท้าทั้งสองพาร่างออกเดินเลี้ยวขวาไปยังร้านกาแฟที่คงเพิ่งเปิดได้ไม่นานนัก

- กรุ๊ง กริ๊ง -

     "สวัสดีตอนเช้าครับ ยินดัต้อนรับ..."

     เสียงกระดิ่งเล็กๆดังขึ้นเมื่อประตูถูกผลักเปิดออก ต่อด้วยคำทักทายจากบุรุษคนแรกที่ได้คุยด้วยในการมาคราวนี้ ก่อนที่เจ้าของเสียงจะโผล่ออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ดวงตาสีฟ้าของมาสเตอร์มีประกายดีใจเมื่อเป็นว่าใครเป็นลูกค้าคนแรกของวันนี้

     "สวัสดีครับพี่แอลฟี่" เขาทักตอบกลับไปพางพยักหน้านิดหน่อย แอลฟีเรียวหรือแอลฟี่ เจ้าของร้านกาแฟพ่อลูกติดผู้แสนใจดีเดินเข้ามาตบบ่าเขาเบาๆ

     "ไปเที่ยวซะยาวขนาดนั้น นึกว่าจะไม่กลับมาซะแล้ว... ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะชูเอ็น" แอลฟี่ยิ้มก่อนจะเดินกลับไปชงกาแฟทั้งๆที่ยังไม่ได้สั่ง แต่ด้วยกลิ่นหอมที่โชยออกมา ก็รู้ดีว่าเป็นคาปูชิโน่ม็อคค่าที่ตัวเองชอบแน่ๆ...

     ชูเอ็น ดอสคือชื่อของชายหนุ่มที่เราพูดถึงกันมาตลอดเรื่อง (แล้วก็จะพูดถึงต่อไป) ชูเอ็นเป็นเจ้าของร้านหนังสือที่ชื่อว่า โดส์เซ็น ดอส (ซึ่งเดิมทีเป็นของพ่อ) เขาเพิ่งกลับมาจากการเดินทางท่องเที่ยวเร่ร่อนอย่างที่ตัวเองเคยฝันไว้ และมันก็ทำให้ได้รู้ว่าไม่มีที่ไหนที่เขาจะอิ่มอกอิ่มใจที่ได้ใช้ชีวิตอยู่เท่าบลอดเวนแห่งนี้อีกแล้ว

     "จะกินที่นี่หรือว่าจะเอากลับไปกินที่ร้านล่ะ" มาสเตอร์ส่งเสียงถาม ที่ได้รับคำตอบจากคนไม่ค่อยพูดด้วยการชี้นิ้วโป้งออกไปทางประตู แอลฟี่พยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะถือถ้วยกาแฟกระเบื้องออกมายื่นให้

     "แล้วนายค่อยเอามาคืนก็ได้ ร้านแค่นี้เอง" ชูเอ็นรับถ้วยอุ่นๆมา ก่อนจะยื่นเงินกลับไป แต่คุณพี่ท่านกลับโบกมือไล่

     "ถือว่าต้อนรับกลับบ้านแล้วกัน"

     "ขอบคุณฮะ" ชูเอ็นเอ่ยก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากคาเฟ่ไป

     ดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้นแล้ว ท้องฟ้าของบลอดเวนกำลังเปลี่ยนเป็นสีสดใส ดวงตาสีเทาอ่อนกวาดมองไปรอบๆก่อนจะวกกลับมาที่นาฬิกาข้อมือ เข็มสั้นเข็มยาวบอกเวลาแปดดมงสามสิบหกนาที เขาเริ่มออกเดินเนิบๆไปยังจุดหมายต่อไปที่อยุ่ไม่ใกล้ไม่ไกล...

- แซ่ก กุก กุก กุก -

     เลี้ยวโค้งจากคาเฟ่ไปนิดเดียวก็ได้ยินเสียงบางอย่างลอยมากระทบหูเบาๆ ทำให้เจ้าตัวเริ่มมั่นใจว่าตัวเองจะไม่เดินไปหาใครเก้อ... แล้วก็เป็นดังคาด แถวๆแนวดอกไม้ มีร่างของหญิงสาวคนนึงอยู่ ปลายผมยาวสีน้ำตาลที่ถูกรวบไว้เป็นหางม้าตามปกติเวลาเธอทำงานปลิวไหวเบาๆตามแรงลม

     เท้าทั้งสองพาชุเอ็นเดินเข้าไปใกล้เธอเรื่อยๆ แต่ก็หยุดมองหลังของแม่สาวที่เพ่งพินิจพิจารณาดอกไม้อยู่โดยที่ไม่เอะใจสงสัยเลยว่ากำลังถูกจ้องแทนดอกไม้พวกนั้นซะแล้ว ....สมองของนักศึกษาวิศวะปีห้ากำลังนึกว่าจะทักเธอยังไงดี...

- โฮ่ง! -

     "หืม... อ้าวพีนัท" โดเบอร์แมนที่จำได้ว่าเป็นของพี่แอลฟี่วิ่งผ่านตัวเขาเข้าไปหาหญิงสาว เธอนั่งยองๆลูบหัวมันอย่างน่าเอ็นดูก่อนที่นัยน์ตาสีเทาเข้มเหลือบม่วง(!)หน่อยๆจะถูกช้อนขึ้นมาสบกับนัยน์ตาของผู้ที่จ้องอยู่ ประกายยิ้มแย้มปรากฏขึ้นในดวงตานำหน้ายิ้มหวานที่ค่อยๆระบายขึ้นบนใบหน้าของเธอ เห็นแล้วก็อดที่จะอมยิ้มคืนไปให้ไม่ได้ สาวเจ้าลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆก้าวเข้ามาหาช้าๆเช่นเดียวกับที่เขาก้าวเข้าไป

     "อรุณสวัสดิ์จ้ะ วันนี้อากาศดีจัง" เธอทักทายราวกับว่าเจอหน้ากันอยู่ทุกๆวัน ทั้งๆที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบปีแล้ว แต่ก็นี่แหละปกติของเค้า

     "อืม อรุณสวัสดิ์อาร์ม" ดวงตาสีเทาอ่อนส่งรอยยิ้มอบอุ่นออกไป อามิน่า เออร์เวน... อาร์ม หญิงสาวที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กเพียงคนเดียวของเขาในช่วงที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ถาวร เหตุเพราะเธอชอบไปเปิดหนังสือดอกไม้ในร้านอ่านบ่อยๆนั่นแหละ

     มือหนายื่นกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ถือติดมาออกไปให้เธอ อาร์มเลิกคิ้วและรับไว้ด้วยใบหน้าที่ยังคงระบายไปด้วยรอยยิ้ม ตัวคนให้เองก็มองรอยยิ้มนั้นแว่บนึงก่อนที่จะหมุนตัวเดินกลับพลางยกอ้วยอุ่นๆในมือขึ้นจิบกาแฟหอมๆ

     "ชูจัง!"

     ชายหนุ่มหยุดกึก หันไปหาเจ้าของเสียงเรียกด้วยชื่อน่ารักๆที่ไม่ได้ฟังใครเรียกมานานแล้ว อามิน่ายังคงยืนถือกล่องใบนั้นอยู่โดยที่ไม่ยังได้เปิดและขยับไปไหน

     "การเดินทางของเธอสิ้นสุดแล้วหรอ...?"

     "...." ชูเอ็นยิ้มนิดๆแล้วหันหลังออกเดิน ทิ้งให้หญิงสาวยืนยิ้มอยู่กับเจ้ากล่องปริศนาที่ดูไม่น่าจะใส่อะไรลงไปได้เลย กับน้ำเสียงทุ้มน่าฟังของตัวเองที่ส่งไปบอกเธอว่า

     "มันเริ่มต้นได้เสมอที่นี่แหละ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะอาร์ม"

to be continue....

>>>>>>>>>
>>>>>>
>>>>

 

เย้~ เป็นไงมั่งเน่อ แอบยาวเฟื้อยเลย
ใครอ่านจบก็ขอบคุณมากๆนะ อ่านไม่จบก็ไม่เป๋นไร ถ้ามันบรรยายเว่อหรือยืดเยื้อไปก็บอกได้นะเน่อ
แอบขอโทษสุดๆจริงๆที่ไม่อัพซะทีน้า

แขกรับเชิญ : อามิน่า(ซินๆ), แอลฟี่(ริกคุง) << เป็นสองคนนี้เพราะรู้จักมาก่อนทั้งคู่และบ้านใกล้มากมาย

 

เจอกันตอนหน้าจ่ะ~

ปล. ถ้าวาดรูปฉากที่ตั้งใจไว้ทันจะเอามาใส่เพิ่ม~

edit @ 16 Apr 2009 14:03:31 by ShuCr3aM

[BT]มีตติ้ง~

posted on 04 Apr 2009 23:46 by shucr3am

สวัสดีครับ(ค่ะ) หลังจากที่ไม่ได้อัพมานาน

จริงๆชูควรจะอัพฟิคเปิดตัวสินะ คอมตัวเองพังได้ขโมยคอมคนอื่นมาใช้ทั้งที
แต่ว่า ขอเป็นเรื่องมีตก่อนแล้วกันนะฮะ

 

มีตติ้งครั้งแรกของชาว BT
น่าประทับใจมากครับผม วันนี้มัวแต่นั่งเขียนกระดาษทั้งเกือบ 40 แผ่นนั้น
เลยไม่ได้เก็บบรรยากาศมามากเท่าไหร่ แต่แอบเอาแต่ใจตัวเอง
เก็บมุมสวยๆมาแทนอ่าฮะ


แล้วก็.....


ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเลยฮะ อยากได้กลับบ้านทั้งหมดเลย

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนฮะ

บอกได้แค่ว่าประทับใจมาก!
รู้สึกถึงความอบอุ่นของทุกคนมากครับ
หวังว่าจะมีโอกาสเจอกันได้อีกนะ

^^
แล้วจะรีบๆอัพฟิคนะฮะ
ขอบคุณทุกคนสำหรับหนึ่งวันดีดี ขอให้ BT สงบสุข!

 

 

edit @ 16 Apr 2009 11:55:18 by ShOu